• 1

    เรือนจำกลางบางขวาง

  • 2

    เรือนจำกลางบางขวาง

  • 3

    เรือนจำกลางบางขวาง

  • 4

    เรือนจำกลางบางขวาง

 

สิทธิมนุษยชนเพื่อความหลากหลายทางเพศ

 

          หลักการยอกยาการ์ตา ถูกประกาศครั้งแรกในเวทีสหประชาชาติกรุงเจนีวา แต่ดูเหมือนคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการ (นักเคลื่อนไหว) เกย์ กับวงการสิทธิมนุษยชนจะไม่ค่อยรู้จัก บางคนอาจเคยได้ยิน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าคืออะไร

          หลักการยอกยาการ์ตา คือการประยุกต์กฎหมายสิทธิมนุษยชนมาใช้ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวิถีทางเพศ และอัตลักษณ์ทางเพศ ผู้ร่วมยกร่างหลักการประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนจากองค์การสหประชาชาติ ซึ่งเป็นตัวแทนที่มาจากทุกทวีปทั่วโลก (มีตัวแทนจากไทยด้วย ศ.วิทิต มันตาภรณ์จากจุฬาฯ) รวมทั้งตัวแทนจากเกย์และเลสเบียน NGO ด้วย ทำให้ครอบคลุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง การประชุมร่างหลักการเกิดขึ้นที่เมืองยอกยาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย หลักการนี้จึงได้ชื่อตามชื่อเมืองนี้

          หลักการยอกยาการ์ตาแตกต่างจากหลักการสิทธิมนุษยชนสากล ซึ่งสามารถอธิบายง่ายๆก็คือ หลักสิทธิมนุษยชนสากลเปรียบเหมือนกฎหมายแม่บทหรือรัฐธรรมนูญที่ให้กรอบกว้าง ๆ ส่วนหลักการยอกยาร์กาตาก็เป็นกฎหมายลูกที่ลงรายละเอียดเพื่อนำไปใช้จริงสะดวกขึ้น ความพิเศษของหลักการนี้คือมีการแนบแนวทางให้รัฐดำเนินการ ต่อประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีพื้นฐานมาจากวิถีทางเพศ และอัตลักษณ์ทางเพศมาในหลักการแต่ละข้อ

          แม้ว่าคนที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องกลุ่มแรกๆเรื่องหลักการนี้เป็นกลุ่มชาวเกย์ แต่มันไม่ได้ให้สิทธิคุ้มครองเฉพาะชาวเกย์เท่านั้น ในแง่ของผู้หญิง ถามว่าปัจจุบันยังมีการกีดกันกดขี่ หรือความรุนแรงภายในครอบครัวอยู่หรือเปล่า ก็ยังมี ถ้าเกิดโดนละเมิดสิทธิมนุษยชน ไม่ว่าจะจากคนกลุ่มใด (สามี เจ้านาย หรือญาติ) คุณผู้หญิงก็สามารถอ้างหลักการนี้ประกอบการร้องเรียนได้ หรือถ้ารัฐรับหลักการนี้ไปปฏิบัติ ก็จะมีมาตรการลงโทษผู้ละเมิดสิทธิ ก็จะทำให้ทุกคนรู้จักเคารพเพศอื่นที่ต่างจากเพศตัวเองมากขึ้น

          ในกรณีคุณผู้ชาย คุณก็อย่านึกว่าหลักการนี้ไม่มีประโยชน์เสียทีเดียว เพราะการข่มขืนผู้ชาย (ไม่ว่าจะจากผู้หญิง เกย์ กะเทย หรือชายแท้ด้วยกันเอง) ก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้น ถ้าบ้านเมืองไหน กฎหมายข่มขืนยังไม่ได้ให้การคุ้มครองครอบคลุมถึงผู้ชาย คุณก็สามารถนำหลักการนี้ไปสนับสนุนการออกกฎหมายได้ ดังนั้นหลักการยอกยาร์กาตาจึงเกี่ยวข้องกับทุกคนที่มีอัตลักษณ์ทางเพศ

          หลักการนี้ได้รับการสนับสนุนจากโลกตะวันตกและละตินอเมริกา องค์กร NGO และองค์กรในเครือองค์การสหประชาชาติ แต่ถูกต่อต้านจากกลุ่มศาสนาบางกลุ่มเท่านั้น ในประเทศกำลังพัฒนาอันได้แก่ ทวีปแอฟริกา และเอเชีย มีปฏิกริยาต่อหลักการนี้อย่างเงียบๆ แต่ในการร่างรัฐธรรมนูญปี ๕๐ นักสิทธิมนุษยชนไทยใช้หลักการนี้ในการล็อบบี้การยกร่างมาแล้ว หลักการยอกยาการ์ตานี้เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นสิทธิที่เรามีติดตัวมาตั้งแต่เกิด อยู่ที่ว่าเราจะตระหนักว่าเรามีมันหรือไม่ ถ้าตระหนักว่ามี เราก็จะรู้จักใช้มัน ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้หญิง ผู้ชาย เกย์ หรือเลสเบียน ฯลฯ คุณมีสิทธิเท่าเทียมกัน ถ้ามีใครมาละเมิดสิทธิคุณด้วยเหตุว่าคุณมีเพศอย่างที่คุณเป็น คุณต่อสู้ร้องเรียนได้ อีกประการที่สำคัญก็เพราะสิทธิมนุษยชนจะไร้กำลัง ถ้าสังคมโดยรวมไม่รู้จักและรับรองมัน ถ้าเรารู้ว่าเรามีอยู่คนเดียว แต่สังคมไม่รู้ ไม่เข้าใจ ไม่รับรอง ก็ยากที่สิทธิมนุษยชนจะทำงานได้

หมายเหตุ: หลักการทั้ง ๒๙ ข้อ สรุปเนื้อหาได้ดังนี้                                                                      

๑.       สิทธิที่จะได้รับประโยชน์จากสิทธิมนุษยชนเท่าเทียมกับคนทั่วไป                                    

๒.       สิทธิที่จะเท่าเทียมผู้อื่น และไม่ถูกแบ่งแยก                                                                  

๓.       สิทธิที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็นบุคคลตามกฎหมาย                                               

๔.       สิทธิในการดำรงชีวิต                                                                                  

๕.       สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยของบุคคล                                                              

๖.       สิทธิที่จะมีพื้นที่ส่วนตัว (สิทธิส่วนบุคคล)                                                                  

๗.       สิทธิที่จะมีอิสระจากการถูกริดรอนเสรีภาพโดยพลการ                                               

๘.       สิทธิที่จะได้รับพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม                                                             

๙.       สิทธิที่จะได้รับการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรมขณะถูกคุมขัง                                           

๑๐.     สิทธิที่จะถูกกันจากการทรมาน และการลงโทษหรือการปฏิบัติอย่างทารุณ ไร้มนุษยธรรม หรือหยามเกียรติ

๑๑.     สิทธิที่จะได้รับการปกป้องจากการซื้อขายมนุษย์ทุกรูปแบบ                                                                                                                 

๑๒.     สิทธิที่จะทำงาน                                                                                        

๑๓.     สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยในสังคม และมาตรการป้องกันทางสังคมอื่น ๆ                            

๑๔.     สิทธิที่จะได้รับมาตรฐานการครองชีพอย่างเพียงพอ                                                  

๑๕.          สิทธิในการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม                                                                    

๑๖.     สิทธิทางการศึกษา                                                                                     

๑๗.     สิทธิที่จะได้รับการดูแลสุขภาพตามมาตรฐานสูงสุด                                                   

๑๘.     การป้องกันจากการทารุณทางการแพทย์                                                             

๑๙.     สิทธิในเสรีภาพแห่งความเห็นและการแสดงออก                                                     

๒๐.          สิทธิในการชุมนุมหรือสมาคมโดยสงบ                                                                 

๒๑.     สิทธิในเสรีภาพแห่งความคิด มโนธรรม และศาสนา                                                   

๒๒.     สิทธิในเสรีภาพแห่งการเคลื่อนย้าย (ไปไหนมาไหนได้อย่างเสรี)                             

๒๓.     สิทธิที่จะขอลี้ภัย                                                                                      

๒๔.     สิทธิที่จะสร้างครอบครัว                                                                              

๒๕.     สิทธิที่จะเข้าร่วมในกิจการสาธารณะ                                                            

๒๖.     สิทธิในการร่วมใช้ชีวิตทางด้านวัฒนธรรม                                                                  

๒๗.     สิทธิที่จะสนับสนุนสิทธิมนุษยชน                                                                     

๒๘.     สิทธิที่จะได้รับการเยียวยาและชดใช้ค่าเสียหายอย่างเต็มที่                                           

๒๙.     รัฐต้องสามารถตรวจสอบการกระทำอันละเมิดสิทธิดังกล่าวข้างต้นได้

          สิทธิในหลักการทั้งหมดจะต้องไม่ถูกกีดกัน แบ่งแยก หรือละเมิด ด้วยเหตุผลเกี่ยวกับวิถีทางเพศ (Sexual Orientation) และเพศสภาพ (Gender Identity) ของบุคคล

งานประกวดแข่งขันสวนสนามผู้ต้องขัง เรือนจำและทันฑสถาณ ในเขตกรุงเทพมหานคร และ นนทบุรี ปี 2559

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2559 ณ เรือนจำกลางบางขวาง

    พล.อ.ทิวะพร ชะนะพะเนาว์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีฯ งานประกวดแข่งขันสวนสนามผู้ต้องขัง เรือนจำและทันฑสถาณ ในเขตกรุงเทพมหานคร และ นนทบุรี

 

 

     การจัดงานประกวดแข่งขันสวนสนามมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมนโยบายการจัดระเบียนภายในเรือนจำ/ทัณฑสถาน ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้ผู้ต้องขังได้ฝึกระเบียบวินัยอย่างต่อเนื่อง สร้างแรงจูงใจในการสร้างวินัยรวมถึงการสร้างวัฒนธรรมผู้ต้องขังให้ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติตามกฎระเบียบ วินัยของเรือนจำ/ทัณฑสถาน รู้จักรับผิดชอบต่อตนเองและสวนรวม

     นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาส มหามงคลเถลิงถวัลราชสมบัติครบ 70 ปี เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2559 และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2559

 

      การจัดงานในวันนี้ กรมราชทัณฑ์ได้มอบหมายให้เรือนจำกลางบางขวางเป็นเจ้าภาพในการประกวดแข่งขัน รอบคัดเลือก เรือนจำ/ทัณฑสถาณ ในเขตกรุงเทพมหานครและนนทบุรี ซึ่งมีเรือนจำ/ทัณฑสถานเข้าร่วมจำนวณ 7 แห่ง คือ เรือนจำกลางคลองเปรม เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เรือนจำพิเศษธนบุรี เรือนจำพิเศษมีนบุรี เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง และเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งมีผู้ต้องขังเข้าร่วมสวนสนาม จำนวณ 480 คน

 

      นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีกิจกรรมเยี่ยมญาติใกล้ชิดสำหรับผู้ต้องขังที่เข้าร่วมเดินสวนสนาม มีจำนวณญาติเข้าร่วมทั้งสิ้น จำนวณ 130 คน

 

การจัดระเบียนเรือนจำ ตามนโยบาย 5 ก้าวย่างแห่งการเปลี่ยนแปลงราชทัณฑ์

โครงการพบญาติใกล้ชิดประจำปี 2558

 

เรือนจำกลางบางขวางจัดกิจกรรมพบญาติใกล้ชิด

ประจำปี 2558

โดยมีระเบียบ ดังนี้

 

 

 

พิธีถวายพระพรชัยมงคลและพิธีทบทวนคำปฏิญาณพร้อมทั้งสวนสนามของลูกเสือผู้ต้องขัง

 

นายสุรพล  แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง

เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคล

และพิธีทบทวนคำปฏิญาณพร้อมทั้งสวนสนามของลูกเสือผู้ต้องขัง

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

เมื่อวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2558

ณ หอประชุมแดน 14

 

 

การจัดกิจกรรมและอบรมผู้ต้องขังเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

 

นายสุรพล แก้วภราดัย ผู้บัญชาการเรือนจำกลางบางขวาง

เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมและอบรมผู้ต้องขัง

เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2558

ณ อาคารห้องสมุดพร้อมปัญญา ชั้น 2